Posted by: thaipsyop | 8 พฤศจิกายน, 2012

เพลงพระราชนิพนธ์ เมนูไข่

เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 48 ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 เมื่อพระราชทานเป็น ของขวัญวันพระราชสมภพครบ 72 พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ ด้วยทรงรำลึกได้ว่า สมเด็จพระเชษฐภคินีโปรดเสวยพระกระยาหารไข่ เป็นแรงบันดาลพระราชหฤทัย ให้ทรงพระราชนิพนธ์ กอปรกับทรงพบโคลงสี่ “เมนูไข่” ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระราชนิพนธ์ไว้เมื่อ พ.ศ. 2518 ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้พลเรือตรี หม่อมหลวงอัศนี ปราโมช นำไปแยกและเรียบเรียงเสียงประสาน เพื่อให้วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์นำออกบรรเลงและขับร้องในงานพระราชทานเลี้ยงฉลองสมเด็จ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2538

เพลง เมนูไข่

เมนูไข่เมนูไข่ อร่อยแท้อยากกิน
เมนูไข่เมนูไข่ อร่อยแท้อยากกิน
ไข่เค็มไข่ลวกทั้ง ไข่หวาน
กับไข่ต้มสุกนาน เยี่ยวม้า
เมนูไข่เมนูไข่ อร่อยแท้อยากกิน
ไข่ตุ๋นรสเยี่ยมปาน รสทิพย์
ไข่ไก่โอ้เอี่ยมอ้า อร่อยแท้อยากกิน
เมนูไข่เมนูไข่ อร่อยแท้อยากกิน
เมนูไข่เมนูไข่ อร่อยแท้อยากกิน
เมนูไข่เมนูไข่ อร่อยแท้อยากกิน
เมนูไข่เมนูไข่ อร่อยแท้อยากกิน
เมนูไข่เมนูไข่ อร่อยแท้อยากกิน

ขอบคุณที่มา เว็บไซต์ wikipedia

Posted by: thaipsyop | 7 พฤศจิกายน, 2012

เพลงพระราชนิพนธ์ รัก


เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 47 ทรงพระราชนิพนธ์ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2537

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถกราบบังคมทูลพระกรุณาขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงสำหรับกลอนสุภาพ 3 บท ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เมื่อพระชนมายุ 12 พรรษา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพลงนี้ให้วง อ.ส. วันศุกร์ บรรเลงทุกวันศุกร์และวันอาทิตย์ตลอดเดือนธันวาคม พ.ศ. 2537 ต่อมา เมื่อทรงแก้ไขแล้วก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายแมนรัตน์ ศรีกรานนท์ นำไปแยกและเรียบเรียงเสียงประสานเพื่อทรงดนตรีร่วมกับวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ในงานพระราชทานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2538 ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แจกคำร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “รัก” แก่แขกผู้ได้รับเชิญทุกโต๊ะไว้ล่วงหน้า ต่อมาก็เชิญแขกผู้ได้รับเชิญ อาทิ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี มีนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย และนายทหาร ตำรวจ ชั้นผู้ใหญ่ ขึ้นไปร้องเพลงพระราชนิพนธ์บนเวที ทีละโต๊ะจนทั่วถ้วน โดยทรงบรรเลงดนตรีนำด้วยพระองค์เอง ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำออกอากาศทาง สถานี จ.ส.100 เมื่อต้นปี พ.ศ. 2538

คำร้อง: สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

รักทะเล อันกว้าง ใหญ่ไพศาล
รักท้องฟ้า โอฬาร สีสดใส
รักท้องทุ่ง ท้องนา ดังดวงใจ
รักป่าเขา ลำเนาไพร แสนสุนทร

รักพฤกษา รุกขชาติ ที่ดาษป่า
รักปักษา ร้องกู่ บนสิงขร
รักอุทัย สว่าง กลางอัมพร
รักทั้งรัต- ติกร ในนภดล
รักดารา ส่องแสง สุกสว่าง
รักน้ำค้าง อย่างมณี มีโภคผล
รักทั้งหมด ทั้งสิ้น ที่ได้ยล
รักนวลนาง รักจน หมดสิ้นใจ

 

ขอบคุณที่มาเว็บไซต์ : thaigoodview

Posted by: thaipsyop | 28 กันยายน, 2012

เพลงพระราชนิพนธ์ : Blues for Uthit


เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 46  เพลงพระราชนิพนธ์ Blues for Uthit  ทรงพระราชนิพนธ์เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่นายอุทิตต์ ทินกร ณ อยุธยา นักดนตรี วง อ.ส.  วันศุกร์ ที่ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2522 และได้พระราชทานให้วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ นำออกบรรเลงครั้งแรกทางสถานีวิทยุ อ.ส.  เมื่อวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2522

เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 45 เพลงพระราชนิพนธ์ เรา-เหล่าราบ 21 หรือ We-Infantry Regiment 21 ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขึ้นในปี พ.ศ. 2519 เพลงนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชเสาวนีย์ให้ร้อยตำรวจโทวัลลภ จันทร์แสงศรี แต่งเนื้อเพลงให้แก่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือที่รู้จักในนามว่า “ทหารเสือพระราชินี” แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงพระราชทาน

เพลงพระราชนิพนธ์ เรา-เหล่าราบ 21

เราทะนงองอาจฉกาจแกร่ง
ทุกหนแห่งสู้ศึกฮึกเหี้ยมหาญ
หลั่งเลือดโลมพสุธาปฏิญาณ
แม้นภัยพาลรุกถิ่นแผ่นดินไทย
เราจะสู้สุดชีวิตมิคิดพรั่น
เป็นกำแพงป้องกันไม่หวั่นไหว
ถึงม้วยมุดสู้สุดลมหายใจ
ขอเทิดเกียรติชาติไทยอยู่ทุกยาม
เราเชื้อชาติชายชาญทหารกล้า
ทหารเสือราชินีศรีสยาม
เกียรติระบือลือเลื่องกระเดื่องนาม
ทั่วเขตคามรู้เหล่าเรา ส.ก.
อันที่สุดของไทยนั้นคือชาติ
หากพินาศแล้วใครอยู่ได้หนอ
เราเหล่าราบยี่สิบเอ็ดไม่รั้งรอ
เราจะขอไว้ลายให้ลือนาม
เราเชื้อชาติชายชาญทหารกล้า
ทหารเสือราชินีศรีสยาม
เกียรติระบือลือเลื่องกระเดื่องนาม
ทั่วเขตคามรู้เหล่าเรา ส.ก.

Posted by: thaipsyop | 24 สิงหาคม, 2012

เพลงพระราชนิพนธ์เราสู้

เพลงพระราชนิพนธ์ เราสู้ เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 44 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2516    นายสมภพ จันทรประภา ได้ประพันธ์กลอนสุภาพ 4 บท จากพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่สมาชิกสภานิติบัญญัติที่เข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน มาเขียนเป็นคำกลอนถวาย เมื่อทรงเกิดแรงบันดาลพระราชหฤทัย ที่จะทรงพระราชนิพนธ์เพลง “เราสู้” พระราชทานให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ทหาร อาสาสมัครและตำรวจชายแดน ทรงหยิบซองจดหมายใกล้พระหัตถ์มาตีบรรทัด 5 เส้น เพื่อทรงพระราชนิพนธ์ทำนอง เสร็จแล้วพระราชทานให้ วง อ.ส. วันศุกร์ ซึ่งกำลังบรรเลงอยู่ในงานวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม พ.ศ. 2517 นำออกบรรเลง ณ พระราชวังบางปะอิน จากนั้นได้ทรงนำกลับไปแก้ไขก่อนจะพระราชทานออกมาให้วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ บรรเลง และทรงแก้ไขอีกจนพอพระราชหฤทัย

เราสู้
ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: นายสมภพ จันทรประภา

บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ
ปกบ้านป้องเมืองคุ้มเหย้า
เสียเลือดเสียเนื้อมิใช่เบา
หน้าที่เรารักษาสืบไป

ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า
จะได้มีพสุธาอาศัย
อนาคตจะต้องมีประเทศไทย
มิยอมให้ผู้ใดมาทำลาย

ถึงขู่ฆ่าล้างโคตรก็ไม่หวั่น
จะสู้กันไม่หลบหนีหาย
สู้ตรงนี้สู้ที่นี่สู้จนตาย
ถึงเป็นคนสุดท้ายก็ลองดู

บ้านเมืองเราเราต้องรักษา
อยากทำลายเชิญมาเราสู้
เกียรติศักดิ์ของเราเราเชิดชู
เราสู้ไม่ถอยจนก้าวเดียว

 

 

ขอบคุณที่มา เว็บไซต์คลังปัญญา

 

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 43 เมื่อ พ.ศ. 2512 ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาคได้รับพระราชเสาวนีย์จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้เขียนบทกลอนแสดงความนิยมส่งเสริมคนดีให้มีกำลังใจทำงานเพื่ออุดมคติเพื่อประเทศชาติ ออกมาเป็นกลอน 5 บท

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถโปรดให้พิมพ์บทกลอนนี้ลงในกระดาษการ์ดแผ่นเล็ก ๆ พระราชทานแก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน และผู้ทำงานเพื่อประเทศชาติ เตือนสติมิให้ท้อถอยในการทำความดี ต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใส่ทำนองเพลงในคำกลอน “ความฝันอันสูงสุด” ใน พ.ศ. 2514 ร้องโดย ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ
ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ
ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด
จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร
ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา
ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา
ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป
นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง
หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส
ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด
ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน
โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่
เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน
คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ
ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย

The Impossible Dream

ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาคประพันธ์กลอน ความฝันอันสูงสุด โดยถอดความมาจากเพลง The Impossible Dream ซึ่งเป็นเพลงละครบรอดเวย์ มาจากเรื่อง Man of La Mancha แสดงระหว่างปี 2508-2514 บทละครเขียนโดย Dale Wasserman ทำนองเพลงโดย Mitch Leigh และคำร้องโดย Joe Darion ต่อมาได้รับการสร้างเป็นหนังในปี 2515 เป็นเรื่องราวของดอน กิโฮเต้ (Don Quixote)

To dream … the impossible dream …
To fight … the unbeatable foe …
To bear … with unbearable sorrow …
To run … where the brave dare not go …
To right … the unrightable wrong …
To love … pure and chaste from afar …
To try … when your arms are too weary …
To reach … the unreachable star …
This is my quest, to follow that star …
No matter how hopeless, no matter how far …
To fight for the right, without question or pause …
To be willing to march into Hell, for a Heavenly cause …
And I know if I’ll only be true,
to this glorious quest,
That my heart will lie peaceful and calm,
when I’m laid to my rest …
And the world will be better for this:
That one man, scorned and covered with scars,
Still strove, with his last ounce of courage,
To reach … the unreachable star …

 

ขอบคุณที่มา : เว็บไซต์wikipedia

Posted by: thaipsyop | 16 กรกฎาคม, 2012

เพลงพระราชนิพนธ์เกษตรศาสตร์

เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 42

เกษตรศาสตร์
ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร

เขียวธงขจี   ก่อเกิดไมตรี สามัคคีมั่น
สถานเรียนเกษตรนั้น  เราผูกพันบูชา

เขียวนาป่าไพร  แผ่นดินถิ่นไทย ไพบูลย์หนักหนา
เพราะไทยผลิตค้า  ทุกแหล่งฟ้า หล้าอิ่มเอม

(ญ) แม้เหนื่อยกาย ใจสำราญ  เสร็จกิจการงาน เกษตรเกษม

(ช) ล้วนปรีเปรม นำวิชา  สร้างชาติ สร้างตน รวมแรงรวมใจ

จะจงรัก จอมจักริน  อีกแดนแผ่นดิน ทำกินเก็บผล
พระคุณเกษตรล้น  รักเปี่ยมท้น ดวงจิตเอย

Posted by: thaipsyop | 13 กรกฎาคม, 2012

เพลงพระราชนิพนธ์ แว่ว : Echo

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 41 ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษพร้อมกันใน พ.ศ. 2508 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย เพลงนี้วงดนตรีสุนทราภรณ์นำออกบรรเลงเป็นครั้งแรกในงานสังคีตมงคล ครั้งที่ 1 ณ บริเวณพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2509

 

 

แว่ว
ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร

เพลงแว่วแผ่วกังวาน
หวานใดปานเพลงรักระรื่น
กลับคะนึงถึงวันคืน
เคยชิดชื่นอุรา

แสงนวลประกายฉาย
ผ่านฟ้าครามแลอร่ามตา
เปรียบดวงพักตร์ผ่องเพี้ยงจันทรา
นวลแสงแววตาประกาย

หวังประสบ
ฉันยังอยากพบเธอไม่วาย
รักมิหน่าย
รักเราสุดหมายแลสุดหวัง

ร้าวรอนเพลงสะท้อน
แต่สำเนียงเพียงแผ่วแผ่วดัง
โลกเรานี้ที่แท้ไม่มียืนยัง
แต่ความรักเราจีรังคงคู่ฟ้ายั่งยืน

 

 

Echo
ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช

Echo – of a sweet melody of tender love
keeps bringing memory from heaven above.

Soft lights – Gliding through empty space ‘yond cloudy skies,
remind me of your dear face and lovelight in your eyes.

How – I long to be with you Once again.
Hope – and pray, oh yes I do, all in vain.

Our Song – of it is nothing left but the echo.
Though time is unforgiving I know Our love will Linger on For eternity.

 

เพลงพระราชนิพนธ์ เกาะในฝัน หรือ Dream Island เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 40 ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษพร้อมกันใน พ.ศ. 2508 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย

เพลง เกาะในฝัน

ฉันสุดปลื้ม
ไม่ลืมเกาะงามที่เคยฝัน
หลงเพ้อคำมั่น
รำพันถึงความรักชื่นฉ่ำ
แสงจันทร์ผ่อง
ส่องเป็นประกายบนผืนน้ำ
เสียงสายลมพร่ำ
คร่ำครวญเหมือนมนตรา
หาดทรายขาว
หมู่ดาวพร่างพราวนภา
รูปเงาเพราพริ้งตา
ไยด่วนลาเลือนมลาย
ฝันสุดสิ้น
ไม่ยลไม่ยินน่าใจหาย
ฝันถึงไม่หน่าย
ไม่คลายร้างราเธอ


Dream Island

In a dream, I’m on a desert island,
Waiting for you, hoping you’ve not forgotten.
How happy, I would be to see you near.
And how sorry, if you don’t apperar.
Like old time, we’d listen to the sea
Which is like music leading to ecstasy.
Though knowing, it is no use to be blue,
I keep dreaming, it may well come true.

เพลงพระราชนิพนธ์ ไร้เดือน หรือ ไร้จันทร์ หรือ No Moon เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 39 ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษพร้อมกันใน พ.ศ. 2508 ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอาจินต์ ปัญจพรรค์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย ชื่อ “ไร้จันทร์” ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวายชื่อ “ไร้เดือน”

http://youtu.be/HUwNpZGEA1c

ไร้จันทร์
ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำี้นอง :นายอาจินต์ ปัญจพรรค์

ไร้จันทร์  ฉันไม่นึกห่วงแสงโสมผ่อง
รักยิ้มแสนหวานส่อง  เปรียบประกายทองของจันทร์

มิเคยมีสิ่งใดไกลเกินหวัง  แม้นมั่นใจในรักฉัน
มิหวั่นภัยใดขวางกั้น  ทางรักสุขสันต์สดใส

ไร้ดาว  ฉันไม่นึกห่วงดาวน้อยใหญ่
แววตาเธอแทนได้  ส่องทางไปดังดารา

ถึงใครอื่นมุ่งชมจันทร์  และหมายมั่นดาวเด่นฟ้า
แต่ตัวฉันสุข  ทุกเวลาคราชิดเธอ
http://youtu.be/zbHbIa18u9U

No Moon

No Moon  What do I care’ bout moonlight,
I have your smile, love,  That’s shining just as bright.

There’s nothing I cannot do, dear,  If you love me true, dear,
I have nothing to fear,  My way is always clear.

No stars,  I have no use for starlight,
I’ve your twinkling eyes  To guide me quite all right.

Others may need the moon  And even the stars too.
But I’m happy,  Whenever I’m with you.

Older Posts »

หมวดหมู่