Posted by: thaipsyop | 29 มกราคม, 2010

เผยความลับเรื่องแซ็กโซโฟนของในหลวง

ในหลวง

ก่อนจะออกเดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา บรรณาธิการนิตยสาร Look ได้สั่งนาย GEREON ZIMMERMAN มาว่า “เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด อย่าลืมกราบทูลถามเรื่องแซ็กโซโฟนทองคำด้วยนะว่ามันอย่างไรกันแน่ ราคาโดยประมาณสักเท่าใด ทำที่สวิตเซอร์แลนด์ หรือที่ไหน” เมื่อได้มานั่งอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ในวังสวนจิตรฯแล้ว นายซิมเมอร์แมน พยายามเลียบเคียงอยู่นาน ก็ยังไม่ได้จังหวะเหมาะที่จะทูลถามเรื่องที่บรรณาธิการอยากให้ถาม ในที่สุดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งขึ้นมาเองว่า “หนังสือพิมพ์ที่อเมริกาพากันลงว่า เป็นกษัตริย์ที่คลั่งดนตรี…ซึ่งก็ไม่ว่าอะไร แต่ที่ไปลงจนเลยเถิดกันไปว่าแซ็กโซโฟนที่เป่าอยู่เป็นประจำนี้เป็นแซ็กโซโฟน ที่ทำด้วยทองคำเนื้อแท้บริสุทธิ์ อันนี้ไม่จริงเลย สมมติว่าจริงก็จะหนักมาก ยกไม่ไหวหรอก บางฉบับก็เขียนว่าชอบขับรถซิ่ง ก็เอาเถอะ ยอมให้ไม่ถือสาหรอก แต่ไม่เชื่อว่าเรื่องพวกนี้จะเป็นการสร้างสรรค์ หรือเป็นประโยชน์อันใดแก่ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา”ในหลวง
ต่อจากนั้นผู้แทนนิตยสาร Look ได้กราบทูลว่า ทรงโปรดดนตรีของวง “เดอะ บีทเทิลส์” หรือไม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระโอษฐ์ แล้วรับสั่งว่า “ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า แท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าออกประเทศอังกฤษ” ได้ทรงมีพระกระแสรับสั่งต่อไปอีกว่า “คนหนุ่มสาวสมัยนี้เขาช่างสังเกตมาก และมีความคิดก้าวหน้า ลูกสาวคนโตเขามาหาตอนอายุสิบเอ็ด แล้วบอกว่า อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ รู้สึกว่ามีความตั้งใจมาก”
ถึงตอนนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถรับสั่งเสริมขึ้นว่า “ลูกคนนี้เขาเดินตามรอยเสด็จพ่อ แต่ข้าพเจ้านั้นวิชาคำนวณอ่อนมาก” ในอีกตอนหนึ่งของการพระราชทานสัมภาษณ์แก่ผู้แทนของนิตยสาร Look วันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งเล่าให้ฟังว่า แต่ละปีจะเสด็จไปเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตถึงสามครั้ง และจะทรงประพรมน้ำพระมหาสังข์ให้แก่บรรดาข้าราชการที่ตามเสด็จเข้ามาในโบสถ์ น้ำนั้นถือกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ข้าราชการเหล่านั้นถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ทรงพระกรุณาประพรมให้ ต่อมาก็ทรงนึกถึงชาวบ้านธรรมดานอกโบสถ์ ซึ่งอยากให้ประพรมน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นด้วย รับสั่งในตอนนี้ว่า “คนเราถ้าเชื่อว่าน้ำนั้นจะเป็นสิ่งนำความดีงามมาสู่ชีวิต ก็จะได้รับความดีงามและโชคลาภตามความเชื่อ “ตอนแรกนั้น มีคนขับแท็กซี่คนหนึ่งกลับไปบอกเพื่อนว่า ในหลวงประพรมน้ำมหาสังข์ให้ เพื่อนของเขาไม่ยอมเชื่อ เพราะว่าในหลวงคงไม่ทำเช่นนั้นแน่! แต่ได้ประพรมให้เขาจริง และเขาก็มีความสุขในทันที ถ้าโผล่เข้าไปดู จะเห็นว่าคนที่นั่งรอรับน้ำพระมหาสังข์อยู่นั้น มีทั้งชาย หญิง เด็ก นักท่องเที่ยว และคนขับแท็กซี่ ใครจะมาจะไปก็ได้ “เมื่อประธานาธิบดีของท่านมาเยือนเมืองไทย มีพวก FBI และหน่วย ร.ป.ภ.ห้อมล้อมกันหนาแน่นไปหมด จนหาทางเดินไม่ได้ ถ้าฉันมาวัดพระแก้วแบบนั้น ก็ไม่สามารถจะใกล้ชิดกับประชาชนได้ ถ้าผู้คนเบียดกันเข้ามาใกล้เกินไป จะมีคุณยายพูดขึ้นว่า “หลีกทางให้ในหลวงหน่อยเถอะ” คุณยายนั่นแหละคือ FBI ของฉัน “เวลาไปตามหัวเมือง ชาวนาจะมีของมาให้ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง และสตรอเบอร์รี่งามๆ ซึ่งเขาปลูกเอง ชาวนาบางคนได้ทุนไปอเมริกา เขาจะมาหาแล้วถามว่า “จะทำอย่างไรดี? จะวางตัวแบบไหน?” ก็บอกไปว่าให้เป็นตัวของตัวเอง “ให้ดูแบบอย่างที่ดีๆ แล้วนำของใหม่ๆ มาปรับใช้ในเมืองไทย ครั้นกลับมาแล้ว ก็มาหาอีก ไม่มีใครห้ามเขาได้ที่จะไม่ให้มาหา” หลังจากนั้น ก่อนที่ผู้แทนนิตยสาร Look จะกราบทูลลา ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานเลี้ยงน้ำชา พร้อมด้วยผลไม้ คือ แตงโม และมังคุด ซึ่งผู้แทนของ Look ตื่นเต้นมากที่เห็นแตงโมในลักษณะลูกกลมๆ ขนาดเล็กในหลวง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งเมื่อผู้แทนของนิตยสาร Look และช่างภาพกราบทูลลาว่า “ฉันเป็นกษัตริย์ที่ได้รับเลือกตั้งขึ้นมา ถ้าประชาชนเขาไม่ต้องการฉัน เขาก็ไล่ฉันออกก็ได้จริงไหม? แล้วฉันก็กลายเป็นคนว่างงาน” รายละเอียดของการพระราชทานสัมภาษณ์คราวนั้น ผู้ที่สนใจค้นคว้าจะหาอ่านได้จากนิตยสาร Look ฉบับวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๑๙๖๗

เกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพทางการดนตรีนี้ นักดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียงหลายคนของอเมริกา ชื่นชมในพระปรีชาสามารถทางการดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่าง สูง เพราะทรงใช้เครื่องเป่าได้อย่างคล่องแคล่วทุกชนิด เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ พระองค์ได้เสด็จฯ ไปที่บ้านเทศมนตรีมหานครนิวยอร์ค ทรงดนตรีที่นั่น หลังจากนั้นเบ็นนี กู๊ดแมน ยอดนักดนตรีแจ๊สของอเมริกา ได้กราบบังคมทูลเชิญไปที่บ้านของเขาที่ถนนที่ ๖๖ เธิร์ด อเวนิว นักดนตรีผู้ร่วมวงอยู่ด้วยเล่าว่า “ทรงพระสำราญมากในคืนนั้น ทรงเป็นกันเองกับพวกเรามาก เป็นวาระที่พวกเราจะจดจำไปชั่วชีวิต”
ก่อนหน้านั้น คงจำกันได้ว่า ครั้งหนึ่ง ไม้ค์ ทอดด์ ได้เคยเสนอบทเพลงพระราชนิพนธ์หลายเพลง รวมทั้ง “Blue Night” ในการแสดงรีวิวครั้งยิ่งใหญ่ของเขาชื่อ “PEEP SHOW” ที่บรอดเวย์ ซึ่งในขณะที่กำลังซ้อมใหญ่อยู่นั้นพระเจ้าอยู่หัวกำลังทรงพระสำราญฮันนีมูน อยู่ที่หัวหิน ที่ด้านข้าง ใกล้ๆ พระราชวังไกลกังวล ตอนหัวค่ำวันนั้น บังเอิญมีใครไม่ทราบ มานั่งตีปี๊บอยู่ ข้าราชบริพาร แอบกระซิบกันว่า “เราไม่มีวาสนาได้ฟังปี๊บโชว์ที่อเมริกา ก็ฟังปี๊บที่นี่เอาก็แล้วกัน” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสรวลน้อยๆ แต่ก็ไม่ได้รับสั่งว่าอย่างไร
ที่มา : พระราชอารมณ์ขัน – วิลาศ มณีวัต
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: