เพลงพระราชนิพนธ์ เตือนใจ หรือ Old-Fashioned Melody เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 38 ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษใน พ.ศ. 2508 ต่อมาใน พ.ศ. 2510 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย

เพลงเตือนใจ
ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์

เสียงเพลงเพราะเพลินพาเคลิ้มไป
ให้อารมณ์หวั่นไหวแรงรักเธอ
คิดตรึงซึ้งไว้ใจละเมอ
รักเธอดั่งเพลงเดือน

เสียงเพลงนี้พาเราฝันไป
ก่อนเคยสุขสดใสในแสงเดือน
คิดซึ้งตรึงไว้ใจฝันเตือน
มิเลือนและลืมเธอ

ต่างเคยหยอกเย้าพะเน้าคลอ
ต่างคนต่างพ้อเพียงละเมอ
สบสุขความทุกข์คลายเพราะเธอ
ต่างปรนเปรอใจ

เสียงเพลงนี้พาเราภิรมย์
ต่างชมเชยชิดสองครองใจ
เสียงเพลงนี้ซึ้งตรึงฤทัย
นึกไปชื่นใจเอย


Old-Fashioned Melody

Let me tell you how I miss
The thrill of your sweet little kiss;
Let me tell you with this Old
Fashioned melody.
Let me tell you how I sigh
Far all the joys of days gone by;

Let me tell you with this Old
Fashioned melody.
We used to go side by side
On our own way all along,
With nothing real to decide,
Nothing was wrong.

Now there’s no word that can say,
I can’t tell you in anyway.
Let me tell you with this Old
Fashioned melody.

ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

Advertisements

เพลงพระราชนิพนธ์ ในดวงใจนิรันดร์ หรือ Still on My Mind เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 37 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ คำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เองเป็นเพลงแรก ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย

ในดวงใจนิรันดร์

อยากลืมลืมรักลืมมิลง
กลับพะวงหลงเพ้อเงา
เปรียบปานเพลิงรักรุมสุมเศร้า
เปลี่ยวเปล่าร้าวรอน
แต่เพียงกาลเวลาอันหมุนเวียน
ฤาอาจผลัดเปลี่ยนเบียนรักคลอน
รสรักจากรสอดสวมกร
ยังถาวรติดเตือน
เมื่อยามอาทิตย์ลอยคล้อยต่ำ
ย่ำยามท้องฟ้าเลือน
ยังหวังเชยชิดกันฉันเพื่อน
ติดเตือนตรึงใจ
สุดประพันธ์บรรเลงให้ครบครัน
วันอาจจะผ่านเวียนผันไป
รักนั้นจะเนาแน่นแฟ้นใน
ดวงใจนิรันดร์

________________________________________________

Still on my mind

I can’t get you off my mind,
However I try.
The flame kindled in my heart
Keeps burning high.
Though time has the power to quell,
It really cannot dispel
The magic touch of your hand,
So gentle in mine.
When night’s curtain starts to fall
And light fades away,
My thoughts fly back to that day,
You were so near.
This song will never, never end.
And time we cannot suspend.
You’ll be ever and ever,
Still on my mind.

ขอบคุณที่มา เว็บไซต์ คลังปัญญาไทย

Posted by: thaipsyop | 1 มีนาคม, 2012

เพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง

เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 36 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2505 ได้ทรงดนตรีทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ให้ อาจารย์ นักศึกษา ข้าราชการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฟังครั้งแรก ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2505 และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ “ยูงทอง” ที่มี คำร้องสมบูรณ์ เพื่อเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงดนตรีที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506และได้ทรงปลูกต้นหางนกยูง ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นที่ระลึกอีก 5 ต้น

แหล่งศึกษาร่มเย็นเด่นริมสายชล เราทุกคนรักดุจหัวใจ ปลูกยูงทองไว้เคียงโดมมุ่งประโลมโน้มใจรัก ธรรมจักรนบบูชาเทิดไว้ เหลืองแดงแสงธรรมศาสตร์วิไล ปกแผ่ไปในทุกทาง สัญลักษณ์ดีเด่นเห็นกระจ่าง อย่าจืดจางรักร่วมทางกันไป ทรงธรรมปานดังตราชูเด่น ทรงเป็นดวงธรรมนำทางให้ พิทักษ์รักษาเชิดชูไว้ อบอุ่นใจไปทุกกาล พระธรรมสถิตร่วมจิตสมาน ปฏิญาณรักสามัคคี รักยูงทองงามเด่นเหนือนที ส่งศักดิ์ศรีไว้ให้ยิ่งยืนนาน

ยูงทอง
ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง : นายจำนงราชกิจ

แหล่งศึกษาร่มเย็นเด่นริมสายชล
เราทุกคนรักดุจหัวใจ
ปลูกยูงทองไว้เคียงโดมมุ่งประโลมโน้มใจรัก
ธรรมจักรนบบูชาเทิดไว้

เหลืองแดงแสงธรรมศาสตร์วิไล
ปกแผ่ไปในทุกทาง
สัญลักษณ์ดีเด่นเห็นกระจ่าง
อย่าจืดจางรักร่วมทางกันไป

ทรงธรรมปานดังตราชูเด่น
ทรงเป็นดวงธรรมนำทางให้
พิทักษ์รักษาเชิดชูไว้
อบอุ่นใจไปทุกกาล

พระธรรมสถิตย์ร่วมจิตสมาน
ปฏิญาณรักสามัคคี
รักยูงทองงามเด่นเหนือนที
ส่งศักดิ์ศรีไว้ให้ยิ่งยืนนาน

Posted by: thaipsyop | 23 กุมภาพันธ์, 2012

เพลงพระราชนิพนธ์ พระมหามงคล

เพลงพระราชนิพนธ์ พระมหามงคล เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 35 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2502 แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่ครูเอื้อ สุนทรสนาน เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502 ให้เป็นเพลงประจำวงดนตรีสุนทราภรณ์ ในโอกาสที่ก่อตั้งมาครบ 20 ปี นายเอื้อ สุนทรสนาน หัวหน้าวงจึงได้ขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตตั้งชื่อเพลงว่า “พระมหามงคล” และได้อัญเชิญมาบรรเลงนำประจำวงสุนทราภรณ์มาจนทุกวันนี้

เพลงพระราชนิพนธ์นี้ไม่มีคำร้อง มีจังหวะดนตรี 3 จังหวะ คือ เริ่มด้วยจังหวะฟอกซ์ทร็อต (Foxtrot) แล้วเปลี่ยนเป็นจังหวะแทงโก (Tango) และเปลี่ยนเป็นจังหวะแมมโบ (Mambo)

ขอบคุณที่มา วิกิพิเดีย

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 34 ทรงพระราชนิพนธ์โอกาสที่เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเคนท์ สหราชอาณาจักร เสด็จเยือนประเทศไทย ใน พ.ศ. 2502 โดยในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จไปรับด้วยพระองค์เองที่สนามบินดอนเมือง ระหว่างที่รอเครื่องบินลงจอดราว 10 นาที พระองค์ก็ทรงตัดสินพระทัยที่จะแต่งเพลงต้อนรับเจ้าหญิงในการมาเยือนครั้งนี้ ทรงประพันธ์ทำนองเพลงภายในเวลาไม่กี่นาที จากนั้นก็ทรงส่งโน้ตนั้นให้ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ประพันธ์เนื้อร้องให้กับทำนองเพลงนั้นทันที

บทเพลงพระราชนิพนธ์ Alexandra

คำร้อง: หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
Alexandra
Welcome to thee
Here in this land of sunshine and of flowers
May ye be blessed by the blessing
That has made our country happy

เนื้อร้องและทำนองแรกของเพลง Alexandra มี 16ห้องเพลง มีการนำมาเรียบเรียงและออกบรรเลงครั้งแรก ณ ศาลาผกาภิรมย์ สวนจิตรลดา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2502

ใน พ.ศ. 2516 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชดำริว่า ท่วงทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ Alexandra ไพเราะ และน่าจะใส่ คำร้องภาษาไทยได้ จึงกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระบรมราชานุญาตให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ประพันธ์คำร้องภาษาไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพิจารณาเห็นว่า เพลง Alexandra นี้มีเพียง 16 ห้องเพลง จึงทรงพระราชนิพนธ์เพิ่มเติมโดยมีท่อนกลาง และท่อนท้าย จนครบ ๓๒ ห้องเพลง

บทเพลงพระราชนิพนธ์ แผ่นดินของเรา

คำร้อง: ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค
ถึงอยู่แคว้นใด ไม่สุขสำราญ
เหมือนอยู่บ้านเรา ชื่นฉ่ำค่ำเช้าสุขทวี
ทรัพย์จากผืนดิน สินจากนที
มีสิทธิ์เสรี สันติครองเมือง
เรามีป่าไม้อยู่สมบูรณ์ ไร่นาสดใสใต้ฟ้าเรือง
โบราณสถานส่งนามประเทือง เกียรติเมืองไทยขจรไปทั่วแดนไกล
รักชาติของเรา ไว้เถิดผองไทย
ผืนแผ่นแหลมทอง รวมพี่รวมน้องด้วยกัน
รักเกียรติรักวงศ์ เสริมส่งสัมพันธ์
ทูนเทิดเมืองไทยนั้น ให้ยืนยง

ขอบคุณที่มา : วิกิพีเดีย

Posted by: thaipsyop | 9 กุมภาพันธ์, 2012

The Hunter

 

เพลงพระราชนิพนธ์ชุด Kinari Suite หรือ กินรี เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ชุดที่ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2502 เพื่อประกอบการแสดงระบำบัลเล่ต์ ชุด มโนห์รา ทรงแยกและเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เองทั้งชุด โปรดเกล้าฯ ให้วงดุริยางค์ราชนาวีบรรเลงประกอบการแสดงบัลเล่ต์ชุดมโนห์รา ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เพลงพระราชนิพนธ์ชุดนี้ประกอบด้วย
A Love Story เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 30
Nature Waltz เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 31
The Hunter เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 32
Kinari Waltz เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 33
ระหว่างวันที่ 6-8 ธันวาคม พ.ศ. 2550 คณะมาริอินสกี้บัลเล่ต์จากรัสเซีย ได้นำพระราชนิพนธ์ชุด Kinari Suite เป็นส่วนหนึ่งของการแสดง ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย


เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 31 Kinari Suite หรือ กินรี เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ชุดที่ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2502 เพื่อประกอบการแสดงระบำบัลเล่ต์ ชุด มโนห์รา ทรงแยกและเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เองทั้งชุด โปรดเกล้าฯ ให้วงดุริยางค์ราชนาวีบรรเลงประกอบการแสดงบัลเล่ต์ชุดมโนห์รา ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร

 

ขอบคุณที่มา : wikipedia

เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 30 ภิรมย์รัก หรือ A Love Story ฟังเสียง  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ “A Love Story” และพลเรือตรี ปรีชา ดิษยนันทน์ ประพันธ์คำร้อง ภาษาไทย “ภิรมย์รัก”

เพลงพระราชนิพนธ์ A Love Story เป็นส่วนหนึ่งของเพลงพระราชนิพนธ์ชุด กินรี หรือ Kinari Suite ที่ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2502 ประกอบการแสดงระบำบัลเล่ต์ชุด มโนห์รา ทรงแยกและเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เองทั้งชุด โปรดเกล้าฯให้วงดนตรีสุนทราภรณ์บรรเลงประกอบการแสดงบัลเล่ต์ชุดมโนห์รา ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร โดยทรงควบคุมการฝึกซ้อมด้วยพระองค์เอง

เพลง ภิรมย์รัก

ไร้คนเคียงข้าง
โลกอ้างว้างหมางอารมณ์เศร้า
ทิวาราตรีตรมซบเซา
ส่งความอับเฉาสู่ดวงใจ

ไร้เธอหมายมั่น
สุดโศกศัลย์ทุกวันหมองไหม้
เสียงครวญมวลวิหคหายไป
ไม่มีแห่งไหนดอกไม้บาน

กามเทพส่งเธอมา
แอบอุรารำพัน
เพ้อพร่ำเพลงรักฝากชีวัน
ฉันยังฝังใจภิรมย์

รักที่เธอให้
โลกสดใสดวงใจหายตรม
เหลียวดูทางใดชวนหวนชม
ด้วยรักสุขสมจนนิรันดร์

A Love Story 

Once without love
I saw things not so clearly,
Night and day seemed so dreary
And all the world seemed so bare.

While without you
Ev’ryday seemed all a gloom
Not a single flow’r in bloom,
No happy tunes in the air.

Then you came along
With your love song
You taught me, dear
How to live, to feel, to see, to hear.

Now with your love
My whole world turns fine and fair.
Loveliness is ev’rywhere
Thai’s just because I’m in love.

เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๙ ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ พล.ร.ต.สนอง นิสาลักษณ์ ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธินในขณะนั้น ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานเพลงประจำกรมนาวิกโยธิน ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๐๒ และได้โปรดเกล้าฯให้นำออกบรรเลงครั้งแรกเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๐๒ โดยวงดนตรีประจำกองเรือที่ ๗ ของสหรัฐอเมริกา ในโอกาสที่นาวิกโยธินอเมริกัน ประจำกองเรือที่ ๗ ของสหรัฐอเมริกาเดินทางมาเยือนประเทศไทย
ประพันธ์คำร้องโดย พลเรือโทจตุรงค์ พันธุ์คงชื่น และ พลเรือโทสุมิตร ชื่นมนุษย์

เพลง มาร์ชราชนาวิกโยธิน

รุกรันฟันฝ่าในธาราสีคราม
สมเป็นดังนามราชนาวีไทย
รบรันฟัดฟาดไม่ขลาดหวั่นไหว
มีศึกมาใกล้ไม่หวั่นครั่นคร้ามริปู
เราราชนาวิกโยธินของไทย
เราร่วมกายใจกันไว้เชิดชู
เป็นแนวปราการรุกรานรบผลาญต่อต้านพร้อมพรู
เข้าฟาดฟันรบรันศัตรูขอสู้ขาดใจ
เมื่อเราเข้าประจัญ
จะผลาญให้สิ้นไป
ยอมพลีชีพเพื่อชาติไทย
รีบรุกบุกเข้าตี
ไม่หนีสู้เพื่อชัย
กายใจชีวิตมอบเป็นราชพลี
เราราชนาวิกโยธินของไทย
ชีวิตมลายคงไว้ศักดิ์ศรี
วิญญาณยืนยงคู่ธงนาวี
ดำรงเสรีศัตรูหลีกลี้หนีไป
แม้ชีวาเราจำต้องสิ้นสูญลง
แหลมทองยังคงเป็นขวัญคู่ไทย
นย.เกรียงไกรไว้ลายแม้ตายชื่อไม่สูญไป
ปกป้องไทยทั้งกายและใจขอไทยอยู่คง

Posted by: thaipsyop | 16 ธันวาคม, 2011

เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 28

เพลงพระราชนิพนธ์ ฝัน หรือ Somewhere Somehow หรือ เพลินภูพิงค์ เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 28 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2502 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ และนายศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ประพันธ์คำร้อง “ฝัน” ได้ พระราชทานให้นำออกบรรเลงครั้งแรกในงานสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมี่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 และพระราชทานให้บรรเลงในงานสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502

ต่อมาใน พ.ศ. 2509 เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ทรงประทับพระราชหฤทัยในความงามของอุทยานดอกไม้นานาพรรณและภูมิทัศน์โดยรอบ จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานทำนองเพลงนี้ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค แต่งคำร้อง “เพลินภูพิงค์” ขึ้นอีกคำร้องหนึ่่ง

เพลงพระราชนิพนธ์ ฝัน

ฝันไป แห่งไหนไกลสุดจุดหมายมอง
ในห้วงฝันเรืองรอง ด้วยภาพผองลำยองพร่างพราย
ฝันพลาง ใจคว้างกลางโลกแห่งนิยาย
เรานี้หนอเดียวดาย สุดจะหมายตายเคียงคู่ใคร
ชีพใช่ความฝัน แต่ฉันยังฝันไป
สุดแดนใดไหน ซึ่งใครคนนั้นครอง
ฝันไป จนไร้จนสิ้นจุดหมายมอง
คงจักสมใจปอง
ที่เรียกร้องรักคืนกลับมา (รักชื่นคืนมา)
คืนมาหารักรอท่า ประสาแสนเศร้า

———————————–

เพลงพระราชนิพนธ์ Somewhere Somehow

Somewhere…… Within the lonely wide world.
There must be a place That’s cozy, my little world
Somewhere….. Beneath the empty sad sea,
There must be a pearl, A treasure that’s meant for me.
There’s a rainbow Somewhere in the sky
And a skylark whistling up on high. Somewhere…..
Along the way that I roam, There must be a girl, and a home.
My happy world. Somehow…..
Within the lonely wide world. I’ll find just the place
Thai’s cozy, my little world. Somehow…
Beneath the empty sad sea I’ll find just the peral,
The treasure that’s meant for me. I’ll find rainbow
Somewhere in the sky. And a skylark whistling up on high.
Somehow…..
Along the way that I roam,
I’ll find just the girl, and the home.
My happy world. I will find happiness in this wide world.

———————————–
เพลงพระราชนิพนธ์ เพลินภูพิงค์

สมใจก่อนนี้เคยอยากชมเขางาม
ตาบหุบผาพงไพรได้มาเห็นภูพิงค์แพรวพราย
สมยจริงดอกไม้สะพรั่งบานทั้งปี
ดูหลากสีเรียงรายโชยกลิ่นหอมอวลอบชื่นใจ
ดุจจะลอยฟ้าดั่งทิพย์วิมานทอง
แห่งอินทร์พรหมสองเสกสนององค์ท้าวไท
แสนเพลินสุขสมสดับแต่เสียงเพลง
วิหคร้องมาไกลช่วยกล่อมขวัญทุกวันเพลิดเพลิน
สมใจก่อนนี้เคยอยากชมเขางาม
ยามอ่อนแสงรำไพได้ไปถึงดอยปุยเดียวดาย
สูงจริงเสียดฟ้าตระหง่านปานท้าลม
ชมยอดผาเรียงรายคราหมดแสงดวงสุริยา
ดุจจะลอยฟ้าอยู่ชิดเดือนเคียงดาว
โอ้ลมพัดหนาวรวดร้าวรานอุรา
แสนเพลินนั่งล้อมไฟอุ่นฟังเสียงเพลง
ชาวเผ่าเขาครวญมาสนุกเหลือไม่เบื่อภูพิงค์
สุขจริงหนามาเชียงใหม่แดนสรวงแสนเพลิน

เพลงพระราชนิพนธ์ เพลินภูพิงค์

คำร้อง: ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค
สมใจก่อนนี้เคยอยากชมเขางาม
ตาบหุบผาพงไพรได้มาเห็นภูพิงค์แพรวพราย
สมยจริงดอกไม้สะพรั่งบานทั้งปี
ดูหลากสีเรียงรายโชยกลิ่นหอมอวลอบชื่นใจ
ดุจจะลอยฟ้าดั่งทิพย์วิมานทอง
แห่งอินทร์พรหมสองเสกสนององค์ท้าวไท
แสนเพลินสุขสมสดับแต่เสียงเพลง
วิหคร้องมาไกลช่วยกล่อมขวัญทุกวันเพลิดเพลิน
สมใจก่อนนี้เคยอยากชมเขางาม
ยามอ่อนแสงรำไพได้ไปถึงดอยปุยเดียวดาย
สูงจริงเสียดฟ้าตระหง่านปานท้าลม
ชมยอดผาเรียงรายคราหมดแสงดวงสุริยา
ดุจจะลอยฟ้าอยู่ชิดเดือนเคียงดาว
โอ้ลมพัดหนาวรวดร้าวรานอุรา
แสนเพลินนั่งล้อมไฟอุ่นฟังเสียงเพลง
ชาวเผ่าเขาครวญมาสนุกเหลือไม่เบื่อภูพิงค์
สุขจริงหนามาเชียงใหม่แดนสรวงแสนเพลิน

ขอบคุณที่มาจาก : wikipedia

« Newer Posts - Older Posts »

หมวดหมู่